สายน้ำไหลเอื่อยๆ บนโขดหิน ราวกับสายลมที่พัดผ่าน
ลมหายใจของดอกไม้แรกแย้ม
น้ำค้างยามเช้าสีขาวรอคอยมือ
มือที่อ่อนนุ่ม หัวใจที่อ่อนโยน นั่งลงพร้อมปากกา ฟังเสียง
หมึกกลายเป็นท้องฟ้า ฝีปากกากลายเป็นสายลม พูดอย่างเงียบๆ
ระหว่างสองฤดูหนาว ช่วงชีวิตผ่านไป
ในความรักอันเงียบงัน
เขียนภูเขาสูง เขียนแม่น้ำสายยาว
เขียนชื่อบรรพบุรุษบนรากฐานอันเงียบงัน
เขียนความเศร้า เขียนการยอมรับ
เพื่อให้หมึกเข้ามาแทนที่คำพูด สิ่งที่ริมฝีปากไม่ได้เอ่ยออกมา
ไม้ไผ่ที่ปลายลำต้นไม่เคยหัก มือเรียนรู้ที่จะเดินตาม
ตัวอักษรแต่ละตัวมีลมหายใจแห่งชีวิต
แบกรับความไม่สมบูรณ์ แบกรับกาลเวลา
ไม่ใช่ของขวัญส่วนตัว ไม่ใช่จูบ
เพียงแค่การปรากฏตัว
หมึกอาจจางหายไป แต่ความหมายไม่จางหายไป
เขียนด้วยความกตัญญู เขียนด้วยความหลอกลวง
เขียนด้วยความเงียบงันร้อยปี
และแสงสว่างในวันนี้ทำให้ปากกาเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ
เพื่อแสวงหาความสุขอันอ่อนโยนทุกประการ
เรากลับมา
น้ำแห้งเหือดในป่า กระดาษ นอนนิ่ง
จิตวิญญาณยังคงอยู่
จิตวิญญาณยังคงอยู่
สายน้ำไหลเอื่อยๆ บนโขดหิน ราวกับสายลมที่พัดผ่าน
ลมหายใจของดอกไม้แรกแย้ม
น้ำค้างยามเช้าสีขาวรอคอยมือ
มือที่อ่อนนุ่ม หัวใจที่อ่อนโยน นั่งลงพร้อมปากกา ฟังเสียง
หมึกกลายเป็นท้องฟ้า ฝีปากกากลายเป็นสายลม พูดอย่างเงียบๆ
ระหว่างสองฤดูหนาว ช่วงชีวิตผ่านไป
ในความรักอันเงียบงัน
เขียนภูเขาสูง เขียนแม่น้ำสายยาว
เขียนชื่อบรรพบุรุษบนรากฐานอันเงียบงัน
เขียนความเศร้า เขียนการยอมรับ
เพื่อให้หมึกเข้ามาแทนที่คำพูด สิ่งที่ริมฝีปากไม่ได้เอ่ยออกมา
ไม้ไผ่ที่ปลายลำต้นไม่เคยหัก มือเรียนรู้ที่จะเดินตาม
ตัวอักษรแต่ละตัวมีลมหายใจแห่งชีวิต
แบกรับความไม่สมบูรณ์ แบกรับกาลเวลา
ไม่ใช่ของขวัญส่วนตัว ไม่ใช่จูบ
เพียงแค่การปรากฏตัว
หมึกอาจจางหายไป แต่ความหมายไม่จางหายไป
เขียนด้วยความกตัญญู เขียนด้วยความหลอกลวง
เขียนด้วยความเงียบงันร้อยปี
และแสงสว่างในวันนี้ทำให้ปากกาเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ
เพื่อแสวงหาความสุขอันอ่อนโยนทุกประการ
เรากลับมา
น้ำแห้งเหือดในป่า กระดาษ นอนนิ่ง
จิตวิญญาณยังคงอยู่
จิตวิญญาณยังคงอยู่